ไฟตัดหมอกมีไว้ทำไม ใช้เมื่อไหร่ถึงไม่รบกวนคนอื่น

ไฟตัดหมอกมีไว้ทำไม ใช้เมื่อไหร่ถึงไม่รบกวนคนอื่น

Oct 10, 2023

        มีหลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเพราะทัศนวิสัยในการขับขี่ของผู้ขับ เนื่องมาจากสภาพอากาศ ฝนตกหนัก หมอกหนา หรือพายุรุนแรง ดังนั้น รถยนต์หลายรุ่นมีฟังก์ชั่นหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกหากจำเป็นต้องการเคลียร์ทางให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น ซึ่งนั้นก็คือ “ไฟตัดหมอก” นั่นอง
       แต่ก็มีผู้ใช้งานรถยนต์หลายคนใช้งานำไฟตัดหมอกผิดสถานการณ์ นำไปสู่อุบัติเหตุได้เช่นกัน วันนี้  ASN Broker พาไปรู้จัก ไฟตัดหมอก พร้อมกฎหมายที่ต้องรู้ก่อนใช้ จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูพร้อมๆกัน!

ไฟตัดหมอกมีไว้ทำไม?
      ไฟตัดหมอก หรือ Fog Lamp ตามชื่อเลยก็มีไว้ใช้เพื่อตัดหมอก หากต้องขับรถผ่านควันหนา พื้นที่มืดสนิท วันที่ฝนตกหนักๆ หรือถ้าเป็นในต่างประเทศก็มีหิมะตกที่ไม่เอื้อต่อการมองเห็นเส้นทางข้างหน้า ไฟหน้ารถปกติจะมีระยะมองเห็นไม่เกิน 10-15 เมตร ไฟตัดหมอกจึงออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยมีไฟฉายกำลังสูง มองเห็นในระยะ30-80 เมตร 

ทำไมถึงมีกฎหมายบังคับไฟตัดหมอก?
      ไฟตัดหมอกมีลักษณะเป็นไฟสปอตไลท์กระจายแสงในแนวนอน มองเห็นได้ในระยะไกล แต่กลับสร้างปัญหาให้กับคนขับที่สวนเลนมาอาจส่องแสงแยงตารถคันอื่นบนท้องถนน หรือสะท้อนกระจกหลังของรถคันหน้าได้ จึงเป็นเหตุผลให้มีพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522  กำหนดการเปิดไฟตัดหมอกใช้ได้ในกรณีมีหมอก ควัน หรือฝุ่นละอองจนเป็นอุปสรรคที่อาจทำให้เกิดอันตรายในการขับขี่ รวมถึงเปิดใช้เมื่อไม่มีรถสวนมาอยู่ในระยะแสงไฟ 150 เมตร โดยสามารถใช้หลอดไฟแสงขาวหรือแสงเหลือง ที่มีกำลังไฟไม่เกินดวงละ 55 วัตต์เท่านั้น หากมีการใช้ไฟตัดหมอกด้วยเหตุผลอื่น ไม่เป็นไปตามที่กำหนด จะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ตามมาตรา 148

ไฟตัดหมอกใช้ตอนไหน?
1.เมื่อฝนตกหนักทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
2.เปิดใช้หลังฝนตกหนัก ลดปัญหาแสงไฟสะท้อนน้ำบนพื้นถนน 
3.เปิดในตอนกลางคืนที่มีแสงน้อยหรือถนนที่ไม่มีไฟข้างทาง แต่เมื่อมีรถสวนมาในเลนฝั่งตรงข้ามต้องปิดไฟตัดหมอกทันทีเพื่อไม่เป็นการรบกวนผู้อื่น
4.เปิดไฟตัดหมอกเมื่อขึ้นเขาหรือลงเขา หากมีหมอกหนาจัด นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการส่งสัญญาณให้รถคันอื่น ๆ รู้ตำแหน่งรถของผู้ขับขี่ด้วย
5.ในกรณีหมอกลงจัดหรือหากฝุ่นควันหนาจนบดบังทัศนวิสัยการขับรถ เช่น ฝุ่น PM2.5 เป็นต้น

 

 

        สรุปแล้ว ไฟตัดหมอกมีประโยชน์ในการเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นของผู้ขับ แต่หากไม่ระวัง และใช้งานไฟตัดหมอกแบบไม่คำนึงถึงคนอื่นบนถนนก็อาจเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงตามมาได้ ถ้าเป็นเรื่องการสัญจรไปมาบนถนน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ สติ และความพร้อม ก่อนออกจากบ้านหมั่นดูแลรถยนต์เช็กสภาพรถยนต์เบื้องต้นด้วยหลัก BE-WAGON ง่ายๆ ด้วยตัวเอง และที่สำคัญต้องมีประกันรถยนต์ติดรถไปด้วย ถ้าต้องเจอกับหมอกหนา หรือฝ่าพายุเป็นประจำ แนะนำทำประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองสูงสุด แม้ไร้คู่กรณี เจอกับภัยธรรมชาติก็เคลมความเสียหายได้ เช็กราคาประกัน หาแบบที่ไหนถูกๆไม่ได้อีกแล้ว ต้องมาที่ ASN Broker เท่านั้น ประกันรถยนต์ชั้น 1 ราคาดี มีส่วนลด ได้ความคุ้มครองเสริม ผ่อนจ่ายในราคาที่ประหยัดขึ้น บริการฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม!

ที่มาข้อมูล :  สำนักข่าวไทยรัฐ
อัพเดตข้อมูลเมื่อ : 18/09/2566

บทความน่าสนใจ
5 ภัยธรรมชาติที่ประกันรถยนต์คุ้มครอง
จุดที่ต้องเช็กรถยนต์ก่อนเดินทางไกล
ไอเท็มติดรถยนต์ ช่วยเหลือยามฉุกเฉิน


ปรึกษาเรื่องการซื้อประกันรถยนต์จากเรา

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ASN Broker แนะนำกรุงเทพประกันภัย หนึ่งในบริษัทประกันภัยชั้นนำในประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า การันตีการบริหารงานองค์กรคุณภาพสูง

Apr 1, 2025

หลายคนเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ง ASN Broker ขอแนะนำเคล็ดลับการขับรถให้ประหยัดน้ำมัน พร้อมทั้งการเช็คประกันรถยนต์ก่อนเดินทาง

Apr 1, 2025

ASN Broker แนะนำฤกษ์ออกรถเมษายน 2568 ให้เป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย เทศกาลสงกรานต์ ใครที่กำลังวางแผนออกรถใหม่เดือนเมษายนนี้ ควรรู้ฤกษ์ดีเพื่อเสริมโชคลาภ ความปลอดภัย

Mar 20, 2025